วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

สถานที่ท่องเที่ยวแปลก ประหลาด

1. เดอะเวฟ (The Wave) ที่รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา
 “เดอะเวฟ” คือ ภูเขาหินทรายที่ฟอร์มตัวในลักษณะคล้ายคลื่นลาดชัน เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 190 ล้านปีก่อนหรือในยุคจูรา สสิก เนื่องจากพื้นที่แถบนี้มีความเปราะบางมาก ทางการจึงจำกัดให้เข้าชมได้เพียงวันละไม่เกิน 20 คน และต้องเดินเท้าเข้าไปเกือบ 5 ก.ม. จึงจะถึงดินแดนมหัศจรรย์แห่งนี้

 2. Giant’s Causeway ที่ไอร์แลนด์เหนือ
Giant’s Causeway เป็นชายฝั่งที่เกิดจากการเย็นตัวของหินภูเขาไฟเมื่อ ประมาณ 50,000 ถึง 60,000 ปีที่ผ่านมา ก่อให้เกิดหินรูปหกเหลี่ยมและหินแท่งสี่เหลี่ยมกว่า 40,000 แท่ง องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียน Giant´s Causeway เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1986 (พ.ศ. 2529)

3. ป่าหิน (Stone Forest) เมืองคุนหมิง มลฑลยูนาน ประเทศจีน
   อุทยานป่าหิน ( Shilin National Park) ใน เมืองคุนหมิง จัดเป็นป่าหินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีพื้นที่มากถึง 350 ตารางกิโลเมตร แต่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเพียง 12 ตาราง กิโลเมตรเท่านั้น เดิมทีหินปูนเหล่านี้อยู่ใต้ผิวโลก แต่ภายหลังได้ถูกดันขึ้นมาในลักษณะเดียวกับหินงอก เชื่อกันว่าป่าหินแห่งนี้มีอายุราว 270 ล้าน ปีเลยทีเดียว













4. ทะเล สาปสปอท เลค (Spotted Lake) –ประเทศแคนาดา

  “สปอท เลค” ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในทะเลสาป ที่มีแร่ธาตุชนิดต่างๆ อาทิ แมกนีเซียม ซัลเฟต, แคลเซียม และโซเดียม ซัลเฟต ในปริมาณเข้มข้นมากที่สุดในโลก แต่น่าเสียดายที่ทะเลสาปแห่งนี้อยู่ในที่ดินของเอกชน นักท่องเที่ยวจึงทำได้แค่มองจากราวรั้วกั้นริมถนนเท่านั้น (ส่วนที่เป็นจุดๆ คือน้ำ นอกนั้นเป็นส่วนของแร่ธาตุนานาชนิด ที่สามารถลงไปเดินสำรวจได้)

5. หุบเขาโลกพระ จันทร์ (Vale de Lua) ที่ประเทศบราซิล

หุบเขาโลกพระจันทร์ หรือ “the valley of the moon” เป็นที่ราบสูงโบราณที่มีอายุเก่าแก่ก ว่า 1.8 พันล้านปี โดยพื้นที่ว่างระหว่างก้อนหินจะ มีน้ำจากแม่น้ำ San Miguel แทรกอยู่ภายใน ดินแดนประหลาดแถบนี้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ Chapada dos Veadeiros ซึ่งองค์การยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดก โลกเมื่อปี ค.ศ. 2001


รูปร่างเครือข่าย ( network topology )

1) เครือข่ายแบบวงแหวน ( bus topology ) 
เป็นรูปแบบที่มีโครงสร้างไม่ยุ่งยาก สถานีทุกสถานีในเครือข่ายไม่ยุ่งยากเครือข่ายจะเชื่อมต่อเข้ากับสายสื่อสารหลักเพียงสายเดียวที่เรียกว่า บัส ( bus ) การจัดส่งข้อมูลลงบนบัสไปจนถึงทุกสถานีได้ ซึ่งการจัดส่งวิธีนี้ต้องกำหนดวิธีการที่จะไม่ให้ทุกสถานีส่งข้อมูลพร้อมกันเพราะจะทำให้เกิดหารชนกัน ( collision ) ของข้อมูล โดยวิธัการใช้อาจเป็นการแบ่งช่วงเวลาหรือให้แต่ละสถานีใช่คลื่นความถี่ในการส่งสัญญาณที่แตกต่างกัน แต่เครือข่ายแบบบัส ไม่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เนื่องจากความเสียหายเพียงจุดเดียวก็จะส่งผลให้ทุกอุปกรณ์ไม่สามารถสื่อสารกันได้เลย

2) เครือข่ายแบบวงแหวน ( ring topology ) 
เป็นการเชื่อมแต่ละสถานีเข้าด้วยกันแบบวงแหวน สัญญาณข้อมูลจะส่งอยู่ในวงแหวนไปในทสงทิศเดียวกันในทิศทางเดียวกันจนถึงผู้รับ หากข้อมูลเป็นของสถานีใด สถานีนั้นก๊รับไว้ ถ้าไม่ใช่ก็ส่งต่อไป ซึ่งเครือข่ายนี้ สามารถรองรับจำนวนสถานีได้เป็นจำนวนมาก 
ข้อเสียคือ
-สถานีจะต้องรอถึงอรบของตัวเองก่อนที่จะสามารถส่งข้อมูลได้















3) เครือข่ายแบบดาว ( star topology ) 
เป็นการเชื่อมต่สถานีในเครือข่าย โดยทุกสถานีจะต่อเข้ากับหน่วยสลับสายกลาง เช่น ฮับ ( hub ) หรือ สวิตซ์ ( switch ) ซืึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อระหว่างสถานีต่างๆ ที่ต้องการติดต่อกัน 
ข้อดี
-ถ้าสถานีใดเสีย จะไม่กระทบกับการเชื่อมต่อของสถานีอื่น
ซึ่งเครือข่ายแบบดาวจึงได้รับความนิยมในปัจจุบัน

4) เครือข่ายแบบเมช ( mesh topology ) เป็นรูปแบบการเชื่อมต่อที่ได้รับความนิยมมากและมีประสิทธิภาพสูงเนื่องจากถ้ามีเส้นทางงของการเชื่อมต่คู่ใดคู่หนึ่งขาดกัน การติดต่อระหว่างคู่นั้นยังสามารถติดต่อได้โดยอุปกรณ์จัดเส้นทาง ( router ) จะทำการเชื่อมต่อเส้นทางใหม่ไปยังจุดหมายปลายทางอัตโนมัติ 


ลักษณะของเครือข่าย

1)เครือข่ายแบบรับ-ให้บริการ หรืไคลเอนท์/เซิร์ฟเวอร์ ( client-server network ) 
       จะมีเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องให้บริการต่างๆ เช่น บริการเว็บ และบริการฐานข้อมูล การให้บริการขึ้นกับการร้องขอบริการจากเครื่องรับบริการ เช่น การเปิดเว็บเพจ เครื่องรับบริการจะร้องขอบริการไปที่เครื่องให้บริการเว็บ จากนั้นเครื่องให้บริการเว็บจะตอบรับและส่งข้อมูลกลับมาให้เครื่องรับบริการ 
ข้อดีของระบบ
-สามารถให้บริการแก่เครื่องรับบริการได้เป็นจำนวนมาก
ข้อเสียคือ
-ค่าใช้จ่ายและการบำรุงรักษาค่อนข้างสูง


















2) เครือข่ายระดับเดียวกัน ( Peer- to-Peer network: P2P network )
   เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเป็นได้ทั้งเครื่องให้บริการและเครื่องรับบริการในขณะเดียวกัน การใช้งานส่วนใหญ่มักใช้ในการแบ่งปันข้อมูล เช่น เพลง ภาพยนตร์ โปรแกรม และเกม เครือข่ายแบบนี้เริ่มเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นในผู้งานใช้อินเตอร์เน็ต การใช้งานจะมีซอฟต์แวร์เฉพัา เช่น โปรแกรม eDonkey , BitTorrent และ LimeWire 
ข้อดีของระบบ
-ง่ายต่อการใช้งาน
-ราคาไม่แพง
ข้อเสีย
-ไม่มีการควบคุมเรื่องความปลอดภัย


ประเภทเครือข่ายคอมพิวเตอร์

1) เครือข่ายส่วนบุคล หรือ แมน ( personal Area Network: PAN ) เป็นเครือข่ายที่ใช้ส่วนบุคคล เช่น การเชื่อมต่อคอมพิงเตอร์กับโทรศัพท์มือถือ การเชื่อมต่อพีดีเอกับเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งการเชื่อมต่อแบบนี้จะอยู่ในระยะใกล้ และมีการเชื่อมต่อแสายบบไร้
2) เครือข่ายเฉพาะที่ หรือ แลน ( Local Area Netwoek: LAN ) เป็นเครือข่ายที่ใช้ในการเชื่่อมโยงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันหรือใกล้เคียงกัน เช่น ภายในบ้านบ้านภายในสำนักงาน และภายในอาคาร สำหรับการใช้งานภายในบ้านนั้นอาจเรียกเครือข่ายประเภทนี้ว่าเครือข่ายที่พักฮาศัย ( home network ) ซึ่งอาจใช้การเชื่อมต่อแบบใช้สายหรือไร้สาย


3) เครือข่ายนครหลวง หรือ แมน ( Metropolitan Area Network: MAN ) เป็นเครือข่ายที่ใช้เชื่อมโยงแลนที่อยู่ห่างไกลออกไป เช่น การเชื่อมต่อเครือข่ายระหว่างสำนักงานที่อาจอยู่คนละอาคารแลมีระยะทางไกลกัน การเชื่อมต่อขนิดนี้อาจใช้สายไฟเบอร์ออฟติก หรือบางครั้งอาจใช้ไมโครเวฟเชื่อมต่อ เครือข่ายแบบนี้ที่ใช้ในสถานศึกษามีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเครือข่ายแคมปัส ( Compus Area Network: CAN ) 
4) เครือจ่ายวงกว้าง หรือ แวน ( Wide Area Network: WAN ) เป็นเครือข่ายที่ใช้ในการเชื่อมโยงกับเครือข่ายอื่นที่อยู่ไกลจากกันมาก เช่น เครือข่ายระหว่างจังหวัด หรืระหว่างภาครวมไปถึงเครือข่ายระหว่างประเทศ